อยากลองเทรด forex ใช้ โบรกไหนดี spread ต่ำๆ มีทุนน้อยก็เริ่มได้

สวัสดีครับ ทุกท่าน

 วันนี้ผมมีโบรก ที่ผมใช้อยู่สำหรับ การเทรด forex มาแนะนำครับ

ค่า spread ต่ำ แถมยังมีโบนัสให้ด้วย อีกอย่างเริ่มด้วยเงินแค่ $100 ก็ได้

แต่ผมก็แนะนำ จะลงทุนทั้งที สัก 10,000 บาทไทย หรือ ประมาณ $300 กำลังดีครับ

การโอนเงินเข้าระบบ หรือ ถอนเงินออกก็ไม่ลำบาก ยิ่งสำหรับ ท่านๆที่ไม่บัตรเครดิต

ก็สามารถโอนตรงจากบัญชีแบงค์ไทย บางแบงค์ได้เลย

เทรด โฟเล็ก
เทรด forex วิธีหาเงิน online อีกหนึ่งวิธี


ทำให้สามารถเริ่ม trade forex ได้เลย เมื่อศึกษาแล้ว พร้อมสำหรับการลงทุน

การลงทุนมีความเสี่ยง ขอให้ทุกท่านศึกษาให้ดี

ท้ายนี้ ขอให้สนุกกับการเทรดนะครับ

Broker ที่แนะนำครับ เข้า link นี้ไปดูกันได้เลย

8 ข้อคิดดี สู่ความร่ำรวย จาก วอร์เรน บัฟเฟตต์

8 ข้อคิดดี สู่ความร่ำรวย จาก วอร์เรน บัฟเฟตต์

ในอดีตใครจะไปรู้ว่าจากเด็กอายุแค่ 6 ขวบ เดินขายหมากฝรั่ง จะเติบโตกลายมาเป็นมหาเศรษฐีชื่อดังระดับโลก กลายเป็นราชาแห่งตลาดหุ้นได้ เขาผู้นั้นคือ  นักลงทุนในหุ้นระยะยาว ซึ่งเป็นการลงทุนที่ใช้เวลาตั้งแต่ 1 - 10 ปี เงินถึงจะงอกเงย และที่สำคัญบริษัทที่เขาซื้อหุ้นไม่มีใครคิดว่าจะมีโอกาสเติบโต แต่หลายปีต่อมากลับทำกำไรให้มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “วอร์เรน บัฟเฟตต์คือผู้หยั่งรู้ตัวจริง”
กว่าจะมาถึงจุดนี้เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย และซึ่งสิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ทุกวันนี้คือ 8 บทเรียน ที่เขาใช้ในการดำเนินชีวิต  

 8 ข้อคิดดี สู่ความร่ำรวย จาก วอร์เรน บัฟเฟตต์

1.ทุกความสำเร็จต้องใช้เวลา
ทุกความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ในวันเดียว วอร์เรน บัฟเฟตต์จึงมองไกลเสมอและตระหนักดีว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา “ผมไม่ค่อยซื้อหุ้นตัวในกระแสที่มาเร็ว ไปเร็วหรอกนะแต่ผมซื้อหุ้นที่อาจไม่เปิดขายอีกเลยจนกว่าจะถึงห้าปีถัดไป” และสิ่งที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ทำก็คือเขาศรัทธาในทุกการตัดสินใจ และเมื่อเขาอดทนรอและหมั่นเติมเต็มความรู้ เขาก็ทำสำเร็จซะแทบทุกครั้งเสมอ
2.รู้ให้ลึกก่อนลุยและเลือกลงทุนกับบริษัทที่มีศักยภาพ
วอร์เรน บัฟเฟตต์จะนำเงินไปสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพเท่านั้นเสมอ เขาหาข้อมูลทุกครั้งก่อนลงสนามจริงไม่ใช่ว่าเขารวยแล้วก็ใช้เงินซื้อหุ้นแต่ละตัวมามั่วๆแต่ทุกครั้งที่จะทำอะไร วอร์เรน บัฟเฟตต์ได้คิดอย่างถี่ถ้วนเสมอและศึกษาเป็นอย่างดี

8 บทเรียนพลิกชีวิต  วอร์เรน บัฟเฟตต์ จากยาจกสู่มหาเศรษฐี
3.เมื่อคนอื่นปอดแหก นี่ล่ะจังหวะทองของเรา
ทุกคนคงเคยได้ยินสำนวนที่ว่า “โอกาสทางธุรกิจมีอยู่ทุกที่” แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ไข่วคว้าได้เพราะพวกเค้า “กลัวจะคว้าน้ำเหลว” แต่วอร์เรน บัฟเฟต์คือจอมแหวกแนวเพราะเมื่อคนอื่นเริ่มถอยห่างจากการลงทุน เศรษฐกิจดูน่ากลัว อาเฮียกลับเข้าไปกว้านซื้อหุ้นในตลาดอย่างกล้าหาญและเน้นซื้อเฉพาะบริษัทเจ๋งๆ จากนั้นกำไรก็เข้ามาหาเขา หลังจากวิกฤติผ่านพ้นไป…แหม่เรียกได้ว่ารู้จักพลิกวิกฤติ ให้เป็นโอกาสจริงๆ
4.ลงมือทำตั้งแต่วันนี้
วอร์เรน บัฟเฟต์เปรียบเปรยไว้ได้น่าสนใจ เขาถามว่ารู้มั้ยว่าร่มเงาของต้นไม้ที่คอยบังแดดให้คุณมาจากไหน…ก็มาจากคนที่ปลูกไว้เมื่อหลายสิบปีก่อนน่ะสิ และนี่ถือเป็นหลักคิดที่ลึกซึ้งที่ต้องการจะบอกว่า ถ้าคิดจะทำอะไร ก็จงทำตั้งแต่วันนี้ เพราะแม้ว่ามันจะยังไม่เห็นผลทันทีและทำให้เราท้อใจ แต่ถ้าคุณไม่ล้มเลิกไปก่อนผลลัพธ์มันย่อมออกมา เช่นเดียวกับต้นไม้ที่แผ่ร่มเงา
5.ทำในสิ่งที่รู้
แม้การลองอะไรแปลกใหม่จะไม่ผิด และทำให้เราได้เปิดโลก แต่วอร์เรน บัฟเฟต์เผยว่าเขามักจะลงทุนในสิ่งที่ศึกษามาเป็นอย่างดีเท่านั้น หรือสิ่งที่คุ้นเคยเพราะอะไรที่เรามีความเข้าใจ เรามักจะทำออกมาได้ดีเสมอ นอกจากนี้เขายังบอกอีกว่า ทุกคนไม่ต้องตามกระแสกันก็ได้ ไม่ใช่ว่าอะไรฮิตก็แห่ไปทำ แต่คุณต้องรู้จักมีแนวทางของตัวเอง แล้วคุณจะโดดเด่นเหนือใคร แถมยังมีความสุขด้วยเพราะคุณมีวิธีฝ่าฟันในแบบฉบับที่เป็นของตัวเอง
6.จงตั้งเป้าว่า “ข้าจะเทพให้ได้”
นักธุรกิจชื่อก้องโลกเล่าว่า ทุกคนควรตั้งเป้าหมายไว้และพยายามพิชิตมันให้ได้ จากนั้นก็ทำให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ เพราะนั่นจะทำให้คุณแกร่งขึ้นมั่นใจขึ้น และถ้าจะให้ดีพยายามพาตัวเองไปอยู่กับคนที่เก่งกาจกว่า เพราะแม้นั่นจะทำให้เราดูโง่เง่าไปบ้าง (เพราะตามคนอื่นไม่ทัน) แต่เราก็จะได้เรียนรู้สิ่งดีๆจากคนเหล่านี้เสมอ แล้ววันหนึ่งคุณอาจจะเทียบเท่า หรือแซงคนเก่งๆพวกนี้ได้
7.อย่าอู้ ต้องมีวินัย
บางทีเมื่อคนเราเริ่มเก่งขึ้นหรือมีเรื่องอื่นๆมารบกวน มันก็มักทำให้เราขาดวินัยได้ เช่น ตอนซื้อหุ้นเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลไม่ละเอียดเหมือนเคย หรือทำอะไรไม่รอบคอบเท่าแต่ก่อนเพราะขี้เกียจ แต่นั่นล่ะคือสิ่งที่อาจนำหายนะมาได้ในภายหลัง ฉะนั้นไม่ว่าจะทำอะไรในชีวิตควรมีวินัยและสม่ำเสมอ ซึ่งนั่นจะทำให้เราเฉียบแหลมอยู่ตลอดเวลา
8.ใจรัก
เมื่อคุณไม่มีใจรักในสิ่งที่ทำ สุดท้ายสิ่งนั้นก็จะหายไปเพราะเราไม่มีแก่ใจจะไปฝ่าฟัน ฉะนั้นแทบทุกเรื่องไม่ว่าจะลงทุนในหุ้น หรือการตามล่าความฝันในรูปแบบอื่นของชีวิต หากเรามีใจรัก เราก็มักจะพร้อมทุ่มเทให้มันแบบสุดชีวิตเสมอ และรางวัลของคนที่ทุ่มเทจนถึงที่สุดก็คือ “ความสำเร็จของชีวิต”
ขอบคุณข้อมูลจาก
meekhao

ทำยังไงให้รวยขึ้น 6 ข้อคิด ใช้ชีวิต แบบเศรษฐีโลก

 ทำยังไงให้รวยขึ้น 6 ข้อคิด ใช้ชีวิต แบบเศรษฐีโลก


ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือมหาเศรษฐี เราก็ควรจะต้องรู้จักคำว่า "ประหยัด" กันทั้งนั้น
Sanook Money นำข้อคิดดีๆจากมหาเศรษฐีระดับโลกหลายๆคน
มาแนะนำคุณผู้อ่านให้อ่านกัน ว่าถึงเขาจะรวยล้นฟ้าขนาดไหนแต่เขาก็ยังรู้จักคำว่า "ประหยัด" และอยู่แบบพอดีได้อย่างมีความสุข
6 ข้อคิด ใช้ชีวิต แบบเศรษฐีโลก
ทำยังไงให้รวยขึ้น 6 ข้อคิด ใช้ชีวิต แบบเศรษฐีโลก



1. อยู่บ้านธรรมดา
ถึงแม้เหล่ามหาเศรษฐีจะสามารถซื้อบ้านหลังละเป็นร้อยๆล้านได้ แต่ว่านั่นไม่ได้แปลว่าาเราต้องอยู่บ้านที่หรูหราแบบนั้นเลย
คาลอส สลิม เฮลู (Carlos Slim) มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก กล่าว เขาอยู่บ้านหลังเดิมที่เขา อยู่มาตลอด 40ปี ไม่ได้อยู่บ้านไฮโซหรูหราอย่างที่ทุกคนคิดเลย

2. ใช้ทางสาธารณะหรือรถสาธารณะ
มหาเศรษฐีหลายๆคนอย่าง จอห์น คูดเวล (John Caudwell) เจ้าของธุรกิจโทรศัทพ์มือถือ รวมไปถึง ชัค ฟรีนีย์ (Chuck Feeney) ผู้ร่วมก่อตั้ง "Duty Free"
พวกเขามักชอบที่จะเดินหรือปั่นจักรยานไปในทางสาธารณะมากกกว่า ถึงแม้เค้าจะสามารถที่จะขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ได้แต่เขาเลือกที่จะเดินเพื่อออกกำลังหรือไม่ก็เดินทางด้วยรถสาธารณะ

3. ไม่ฟุ่มเฟือยกับเสื้อผ้า
ในขนะที่บางคนซื้อเสือผ้าโดยไม่คำนึงถึงเรื่องเงินแต่เหล่ามหาเศรษฐีหลายๆคนอย่าง เดวิด เชอริตัน (David Cheriton) ศาสตราจารย์ผู้ร่วมก่อตั้ง Google
ยังชอบที่จะใส่เสิ้อยืดและยีนส์ธรรมดาเลย อีกทั้งมหาเศรษฐีหลายๆคนยังหลีกเลี่ยงการซื้อสูทเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น

4. ตัดผมด้วยตัวเอง
โดยเฉลี่ยแล้วค่าตัดผมต่อปีจะอยู่ที่หลายดอลล่าร์อยู่ หรือถ้าจะจ้างสไตลิสต์ส่วนตัวมาตัดก็จะเสียค่าตัดผมมากขึ้นอีก แต่ไม่ใช่กับ จอห์น คูดเวล (John Caudwell)
มีความสุขที่ตัดผมด้วยตัวเองที่บ้านไม่ต้องออกไปตัดให้เสียเงิน

5. ขับรถธรรมดา
มหาเศรษฐีส่วนใหญ่อาจจะมีทั้งรถหรูหรา เรือส่วนตัว หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าของพวกนี้สำคัญเสมอไป
อย่างจิม วอลตัน (Jim Walton) เจ้าของห้างวอลมาร์ท Wallmart เขายังขับรถกระบะที่มีอายุถึง 15 ปีของเขา
อีกทั้งมหาเศรษฐีหลายๆคนที่ใช้รถเก่าไม่ได้ตามกระแสอย่าง อซิม พรีมิจ (Azim Premji) มหาเศรษฐีจากอินเดียเขายังขับรถที่ใช้มานานนับ 10 ปีเลย

6. หลีกเลี่ยงของหรูหรา
มหาเศรษฐีอย่างคาลอส สลิม เจ้าพ่อโทรคมนาคมที่รวยที่สุดในโลก เขาไม่ได้เป็นเจ้าของเรือยอร์ชหรือเครื่องบินหรอก
เพราะเขาคิดว่าสิ่งพวกนี้มันไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตเลย อีกทั้งมหาเศรษฐี
หลายๆคนก็พยายามที่จะเลี่ยงของหรูหราพวกนี้เช่น วอร์เรน บัฟเฟต์ (Warren Buffett) ยังได้เคยออกมาพูดว่าของพวกหรูหราพวกนี้มันช่างไร้สาระ

ลองนำวิธีชีวิตของเศรษฐีโลก มาลองปรับใช้กับตัวเราดู ว่าเราสามารถเอาแบบอย่างได้มากน้อยแค่ไหน แล้วคุณอาจจะเป็นอีกคน ที่มีเงินเก็บมากขึ้นก็ได้

หัวข้อ: ทำยังไงให้รวยขึ้น 6 ข้อคิด ใช้ชีวิต แบบเศรษฐีโลก 

บทความดีๆจาก sanook.com